การหน่วงไฟสำคัญอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางธรรมชาติ?

ตอบ : เมื่อเห็นครั้งแรก ดูเหมือนจะเป็นคำถามที่แปลกว่า การหน่วงไฟไปเกี่ยวข้องอะไรกับยาง(ธรรมชาติ) แต่เมื่อพิจารณายางดิบ (ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์บางชนิด) จะเห็นว่าโครงสร้างทางเคมีของยางทั้งสองประเภทคล้ายน้ำมันดิบ ซึ่งจะติดไฟได้ถ้า ไม่มีการเติมสารหน่วงไฟลงไป การติดไฟของยางจะให้พลังงานจำนวนมากและใช้เวลาในการเผาไหม้ต่อไปค่อนข้างนาน สำหรับผลิตภัณฑ์บางชนิดการเติมสารหน่วงไฟอาจจะไม่สำคัญ เช่น ยางรองคอสะพาน (Bridge bearing) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ติดไฟเนื่องจากพื้นผิวที่สัมผัสไฟนั้นค่อนข้างน้อยจึงไม่สามารถทำให้เกิดการลามของไฟต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายประเภท ที่ไม่จำเป็นต้องเติมสารหน่วงไฟ เช่น ถุงมือและถุงยางอนามัย เป็นต้น
แต่สำหรับผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น สายพานลำเลียงและสายพานที่ใช้ในเหมืองแร่ จำเป็นจะต้องใส่สารหน่วงไฟ ยังโชคดีที่ว่าการปรับปรุงสมบัติการติดไฟทำได้ไม่ยากนักเพียงแค่เติมสารหน่วงไฟลงไปในผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์ และสภาวะการใช้งาน เช่น การเติมอะลูมิเนียมไตรไฮดรอกไซด์ลงในคอมพาวด์โดยไม่ทำให้สมบัติของคอมพาวด์ด้อยลงมากนัก

แต่มีผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติอื่นๆ เช่น ยางรองหลังพรมและฟูกที่นอน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้งานภายในบ้านจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใส่สารหน่วงไฟให้กับผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการยากที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีประสิทธิภาพในการหน่วงไฟที่สูงเพียงพอ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทยางรองหลังพรมและฟูกที่นอนมีพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับอากาศสูงจึงเอื้ออำนวยต่อการเผาไหม้ได้เป็นอย่างดี
จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ผลิตฟูกที่นอนมีความคิดว่าการเติมสารหน่วงไฟควรเติมในปริมาณที่จะทำให้ชั้นนอกของฟูกที่นอนนั้น
สามารถหน่วงไฟได้ก็พอ แต่ภายใต้ความกดดันของกฎข้อบังคับทางยุโรปที่ระบุว่า สินค้าประเภทเครื่องใช้ภายในบ้านจะต้องมีสารหน่วงไฟในปริมาณที่เพียงพอต่อการหน่วงไฟ การหน่วงไฟส่วนใหญ่ได้จากการเติมสารประกอบที่มีธาตุฮาโลเจนเป็นองค์ประกอบโดยใช้ควบคู่กับแอนติโมนีไตรออกไซด์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูกห้ามใช้ ( ban) ในเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็ภายในยุโรป เนื่องจากสารเติมแต่งเหล่านี้มีความเป็นพิษสูง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบการหน่วงไฟระบบใหม่ที่จะทำหน้าที่การป้องกันไฟได้อย่างเพียงพอ ตัวอย่างการใช้ระบบหน่วงไฟระบบใหม่ก็คือ การใช้แกรไฟต์ที่สามารถขยายตัวได้ (expandable graphite) เป็นสารหน่วงไฟ แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาเพียงบางส่วนเท่านั้นเนื่องจากว่าแกร์ไฟต์ชนิดนี้ส่งผลเสียต่อสมบัติเชิงกลของฟูกที่นอน สำหรับแผ่นยางรองหลังพรมสามารถใช้แกรไฟต์ก็ได้หรืออาจจะใช้อะลูมิเนียมไตรไฮดรอกไซด์ก็ได้ การพัฒนาระบบการหน่วงไฟระบบจำเป็นต้องอาศัยเวลาเพื่อจะพัฒนาระบบที่มีคุณภาพดี แต่ก็จะเกิดคำถามที่ว่า ระบบการหน่วงไฟที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้จะพัฒนาได้เสร็จทันก่อนที่ทางยุโรปจะประกาศห้ามใช้สารประกอบที่มีธาตุฮาโลเจนเป็นองค์ประกอบ
อย่างเด็ดขาดหรือไม่

ที่มา : Natuurrubber38 – 2 nd quarter 2005 (Newsletter of the Rubber Foundation information Center for Natural Rubber- RUBBER-STICHTING 1936)