ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติมีอายุการใช้งานได้นานเท่าใด?

ตอบ : คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และการใช้งาน

       ยางธรรมชาติจัดเป็นสารอินทรีย์ที่มีความว่องไวต่อการเสื่อมสภาพสูง ซึ่งการเสื่อมสภาพจะส่งผลต่อสมบัติการใช้งานของผลิตภัณฑ์หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดต่างๆ มากมาย เริ่มจากการพิจารณาองค์ประกอบของการผสมเคมียางกันก่อน ในที่นี้เราจะพูดถึงแต่เพียงอิทธิพลของออกซิเจนหรือโอโซนเท่านั้น ก่อนอื่นต้องดูว่าในยางคอมพาวด์นั้นมีการเติมสารต้านการเสื่อมสภาพจากออกซิเจนและสารต้านการเสื่อมสภาพจากโอโซนหรือไม่ ถ้ามีเป็นสารประเภทใดและเติมในปริมาณเท่าไหร่ นอกจากนั้นรูปร่างและขนาดของผลิตภัณฑ์ก็มีบทบาทที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น ถุงยางอนามัยที่มีผนังบางมากๆ จะมีปริมาณสารต้านการเสื่อมสภาพจากออกซิเจนเพียงเล็กน้อย แต่ถุงยางอนามัยถูกห่อหุ้มอย่างดีจึงทำให้ถุงยางอนามัยสามารถรักษาสมบัติต่างๆ ไว้ได้ตลอดอายุการเก็บรักษาของมัน จริงๆ แล้วถุงยางอนามัยได้ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้เพียงครั้งเดียวและใช้ในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตามเมื่อสัมผัสกับอากาศ ถุงยางอนามัยเกือบทุกยี่ห้อจะเกิดการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 สัปดาห์ ในทางกลับกัน ยางแท่นเครื่อง ( mounting blocks ) สำหรับเครื่องยนต์ในรถนั้น แม้ว่าจะผลิตจากยางธรรมชาติและถูกใช้งานในสภาวะแวดล้อมที่ต้องสัมผัสกับอากาศและน้ำมัน แต่มันก็ยังคงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอย่างน้อย 10 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาปกติของอายุรถยนต์ แน่นอนว่าสูตรยางคอมพาวด์นี้จะต้องประกอบด้วยสารต้านการเสื่อมสภาพจากออกซิเจนและสารต้านการเสื่อมสภาพจากโอโซนมากกว่า แต่ว่าขนาดที่ใหญ่ของผลิตภัณฑ์ก็ทำให้ยางธรรมชาติเป็นวัสดุที่เหมาะสม เพราะการเสื่อมสภาพจากออกซิเจนที่เรียกว่าการเกิดออกซิเดชันนั้นจะเกิดที่บริเวณพื้นผิวยางเท่านั้น การเสื่อมสภาพที่เกิดจากน้ำมันก็เช่นกัน แม้ว่าออกซิเจนและน้ำมันจะทำให้ยางชั้นนอกเกิดการเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-3 เดือน แต่การเสื่อมสภาพนี้เกิดขึ้นเฉพาะที่ผิวด้านนอกของยางแท่นเครื่องเท่านั้น ซึ่งในช่วงแรกอาจจะเกิดที่บริเวณผิวยางที่ต่ำกว่า 1 มิลลิเมตร หลังจากนั้นอีก 2-3 ปี การเสื่อมสภาพก็จะเริ่มลึกเข้าไปเป็นหลายมิลลิเมตร แต่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของยางแท่นเครื่องแล้วจะพบว่าการเสื่อมสภาพนั้นไม่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการใช้งานแต่อย่างใด เพราะผลิตภัณฑ์จะมีสมบัติเปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก (น้อยกว่า 10 %)

       จากข้อมูลข้างต้นสามารถกล่าวได้ว่าการเสื่อมสภาพจากออกซิเจนนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ยางที่บาง

       เมื่อยางถูกดึงยืด ผิวของยางธรรมชาติจะไวต่อการโจมตีของโอโซนมาก การโจมตีจากโอโซนจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องถ้ายางยังคงอยู่ในสภาวะที่ถูกดึงยืด ดังนั้นแม้ว่าผลิตภัณฑ์จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็อาจจะเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็วจากการโจมตีของโอโซนได้เช่นกัน

       ความล้าตัว การเสื่อมสภาพจากจุลินทรีย์ชีวภาพ และการขัดถู ถือเป็นปรากฏการณ์การเสื่อมสภาพลักษณะหนึ่งที่มีอิทธิพลต่ออายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ปกติการทำนายอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ยางนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะอายุการใช้งานของยางไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ของการผสมเคมียางเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมการใช้งานของผลิตภัณฑ์ด้วย เช่น เวลา อุณหภูมิ การสัมผัสกับตัวกลางและอื่นๆ ถึงอย่างนั้นก็ตาม หากเรามีความรู้เกี่ยวกับยางและสภาวะการใช้งานของผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอ เราก็จะสามารถประมาณอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ยางนั้นได้จากผลการทดสอบหลายๆ อย่างที่ครอบคลุมแต่ละแง่มุม

ที่มา : Natuurrubber22 – 2 nd quarter 2001 (Newsletter of the Rubber Foundation information Center for Natural Rubber- RUBBER-STICHTING 1936)