การรับรองผลิตภัณฑ์ยาง (ธรรมชาติ) คืออะไร?

ตอบ : คำตอบก็คือการรับรองช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นและในกรณีที่เกิดความเสียหายที่ไม่คาดคิดขึ้น การรับรองก็จะช่วยบรรเทาสิ่งเหล่านั้น

       การรับรองเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับการทดสอบ ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตหรือห้องปฏิบัติการทดสอบส่วนใหญ่ ก็พยายามที่จะนำเสนอใบรับรองจากการทดสอบให้กับลูกค้า ดังนั้นคำถามที่ว่าการรับรองและผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติเกี่ยวข้องกันอย่างไรก็ดูเหมือนจะได้รับคำตอบ
ที่สมเหตุสมผลไปแล้ว

       โดยทั่วไปใบรับรองมีหลายแบบ ใบรับรองบางอย่างออกให้เพื่อรับรองว่ากระบวนการผลิตนั้นอยู่ภายใต้การควบคุม บางอย่างออกให้เพื่อรับรองว่าผลิตภัณฑ์มีสมบัติตามที่กำหนดไว้ หรือบางอย่างก็ออกให้เพื่อรับรองว่าบริษัทได้ทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ซึ่งจริงๆ แล้วจุดประสงค์ของการรับรองนั้นก็เพียงเพื่อให้ความมั่นใจกับบางสิ่งบางอย่างที่ถูกเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นสมบัติต่างๆ ของผลิตภัณฑ์หรือวิธีการทำงานของบริษัท

       ใบรับรองส่วนใหญ่จะอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 9002 (ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เลิกใช้แล้วเพราะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ก็มีเพียงแค่ตระกูล ISO 9000 เท่านั้น ) ใบรับรองที่อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO จะบอกลูกค้าว่าบริษัทได้มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน และบริษัทที่เข้ามารับรองนั้นก็ได้ตรวจสอบแล้วว่าบริษัทนั้นทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดไว้จริงๆ มาตรฐาน ISO 9002 ได้กำหนดว่าอย่างน้อยที่สุดบริษัทควรจะทำอะไรในแต่ละขั้นตอน แต่ขอเตือนว่าขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้รับประกันเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพหรือประสิทธิภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด เพียงแค่รับประกันว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีคุณภาพคงที่ (ไม่ว่าจะดีหรือแย่) และขั้นตอนการผลิตก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ดังนั้นถ้าเราพอใจกับคุณภาพของสินค้านั้นๆ แล้ว การที่บริษัทผู้ผลิตได้รับใบรับรอง ISO ก็จะทำให้แน่ใจได้ว่าสินค้านั้นๆ ในล๊อตถัดๆ ไปก็จะมีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกัน สิ่งที่อาจจะสำคัญยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ใบรับรอง ISO จะช่วยบอกว่าหากเกิดปัญหาขึ้น ทางบริษัทสามารถจะตรวจสอบย้อนกลับไปยังกระบวนการผลิตได้ ซึ่งจะทำให้สามารถสาเหตุของปัญหาได้ง่ายขึ้น

       ระบบการรับรองอื่นๆ ของยางธรรมชาติ เช่น SMR, SIR และ STR ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะระบบเหล่านี้ให้การรับรองว่าวัตถุดิบที่ผ่านการรับรองดังกล่าว อย่างน้อยก็ต้องมีคุณภาพอย่างต่ำตามที่มาจรฐานนั้นๆ ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้รัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบอยู่เรื่อยๆ ว่าบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเหล่านี้จะทำงานตามข้อตกลงที่กำหนดไว้จริงๆ การนำระบบการรับรองเหล่านี้มาใช้กับยางธรรมชาติได้ช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์ของยางธรรมชาติ และทำให้ยางธรรมชาติได้รับการยอมรับเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพคงที่ อย่างไรก็ตามควรมีการตระหนักไว้ว่าการรับรองดังกล่าวเป็นเพียงแค่ตัวเลขการรับรองสมบัติบางประการเท่านั้น ดังนั้นความแปรปรวนระหว่างแบ็ทซ์ก็อาจจะยังคงเกิดขึ้นได้

       มาเลเซียได้จัดการกับปัญหาอันเนื่องมาจากการแพ้น้ำยางธรรมชาติโดยการนำเสนอการรับรองสำหรับถุงมือยางธรรมชาติ ความแตกต่างระหว่างการรับรองนี้กับการรับรองของ SMR ก็คือ ในการรับรองนี้ได้กำหนดสมบัติการใช้งานขั้นต่ำของถุงมือยางเอาไว้ ซึ่งการรับรองนี้ก็คล้ายๆ กับ CE marks ที่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้การรับรองถุงยางอนามัยและถุงมือยางทางการแพทย์ที่ทำขึ้นมาจากยางธรรมชาติ ในกรณีนี้ การควบคุมการผลิตถือเป็นส่วนสำคัญของระบบการควบคุม และมีการกำหนดสมบัติการใช้งานขั้นต่ำไว้เพื่อที่จะรับประกันความปลอดภัยในการใช้งาน

       ใบรับรองประเภทอื่นๆ ได้แก่ การรับรองผลิตภัณฑ์ในด้านที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักก็คือ ขอบเขตของการรับรองดังกล่าวค่อนข้างค่อนข้างจะจำกัดมาก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเพียงแค่การบอกบางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติของวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิต หรือบอกสิ่งที่ต้องทำตามข้อกำหนดเกี่ยวกับมลพิษในระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งการรับรองนี้มักจะไม่บอกข้อมูลหรือการประกันในเรื่องสมบัติของผลิตภัณฑ์

       การรับรองอื่นๆ ที่มีการใช้ออกเป็นเครื่องหมายทางการค้าก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น “ผ่านการรับรองจาก FDA, FDA approved” เครื่องหมาย “CE” เป็นต้น การรับรองเหล่านี้เพียงแค่บอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและอนุญาตให้นำไปจำหน่าย ในตลาดได้เท่านั้น แต่การรับรองเหล่านี้ไม่ได้ให้ข้อมูลอื่นเกี่ยวกับสมบัติหรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์
และไม่ได้บอกถึงความคงที่ของกระบวนการผลิต

       สรุปว่า การรับรองสามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางธรรมชาติ) โดยการควบคุมความแปรปรวนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น จากการจัดการโรงงาน จากกระบวนการผลิต และจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เป็นต้น

ที่มา : Natuurrubber23 – 3 rd quarter 2001 (Newsletter of the Rubber Foundation information Center for Natural Rubber- RUBBER-STICHTING 1936)