การนำเอายางรองคอสะพานเก่ามาใช้ใหม่มีความเป็นไปได้หรือไม่?

ตอบ : ขณะนี้ยางรองคอสะพานส่วนมากที่ถอดออกมาจากการใช้งานจะถูกกำจัดทิ้ง เนื่องจากไม่เหมาะสมที่จะนำใช้ในงานอื่นๆ อีกต่อไป บางครั้งอาจมีการนำยางรองคอสะพานบางอันไปประยุกต์ใช้ในงานอื่นๆ ที่ไม่ต้องการสมบัติเชิงกลที่ดีมากนัก เพราะอย่าลืมว่ายางรองคอสะพานบางอันอาจจะผ่านการใช้งานมายี่สิบปีหรือมากกว่านั้น ดังนั้น วิศวกรอาจจะคัดค้านที่จะนำยางรองคอสะพานเก่าไปติดตั้งใหม่ เพราะว่ายางรองคอสะพานเหล่านี้จะต้องมีช่วงระยะเวลาการใช้งานไปอีกยาวนาน ปัจจุบันจึงได้มีการถกเถียงกันถึงเรื่องการนำผลิตภัณฑ์เก่ามาใช้ใหม่ และได้มีคำถามหนึ่งว่าการนำผลิตภัณฑ์เก่าไปทิ้งเป็นสิ่งเดียวที่คุณสามารถทำได้ใช่หรือไม่

       ยางรองคอสะพานส่วนมากทำมาจากยางธรรมชาติ แม้ว่าที่ผิวด้านนอกของยางรองคอสะพานส่วนใหญ่จะผลิตจากยางธรรมชาติ แต่บางครั้งก็มีการนำยางคลอโรพรีนมาใช้เคลือบผิวด้านนอกด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันยางธรรมชาติจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมอีกชั้นหนึ่ง โดยทั่วไปยางธรรมชาติจะมีความต้านทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากโอโซนและออกซิเจนในระดับปานกลางเท่านั้น หากมีการป้องกันที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงคิดว่าอายุการใช้งานของยางรองคอสะพานมีขีดจำกัด ซึ่งสำหรับยางธรรมชาติที่มีรูปร่างเป็นแผ่นบางๆ ความคิดดังกล่าวก็อาจจะถูกต้อง เช่น เมื่อนำแผ่นยางบางๆ ไปสัมผัสกับอากาศสักระยะหนึ่งก็จะพบว่าที่ผิวชั้นนอกของยางจะเริ่มแข็งขึ้น และอาจจะเกิดการแตกขนาดเล็กอันเนื่องมาจากการโจมตีของโอโซนได้ อย่างไรก็ตามยางรองคอสะพานเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการประกบกันเป็นชั้นๆ สลับกันระหว่างยางธรรมชาติกับแผ่นเหล็ก ซึ่งยางรองคอสะพานก็มีพื้นที่ที่จะสัมผัสกับอากาศนั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาตรของยางทั้งหมด ซึ่งการเข้าโจมตีของออกซิเจน โอโซนและสารเคมีอื่นๆ นั้นจะส่งผลกระทบเพียงแค่ที่ผิวนอกของยางเท่านั้น จากประสบการณ์และความรู้ที่ได้จากงานวิจัย สอนให้เรียนรู้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานมากกว่าที่ออกซิเจนจะสามารถเจาะทะลุผ่านยางเข้าไปได้เพียง 2-3 มิลลลิเมตร ที่จริงแล้วหลังจากผ่านไปหลายปีผิวชั้นนอกของยางที่ได้รับออกซิเจนก็จะเสื่อมสภาพ โดยมีความแข็งสูงขึ้นเนื่องจากยางรองคอสะพานจะเกิดการโป่งพองในระหว่างการใช้งาน ดังนั้น จึงอาจจะพบรอยแตกที่เกิดจากโอโซนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของยางที่อยู่บริเวณด้านในแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้วก็ตาม บทความทางวิชาการได้ระบุว่า ยางธรรมชาติที่อยู่บริเวณด้านในจะมีความแข็งเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับยางรองคอสะพานอันใหม่แม้ว่ามันจะผ่านการใช้งานมานานถึง 100 ปีแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดีการแข็งขึ้นเพียงเล็กน้อยดังกล่าวก็แทบไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธาภพการใช้งานของมันแต่อย่างใด ผู้เขียนเองก็เคยมีประสบการณ์ที่สามารถยืนยันสิ่งเหล่านี้ กล่าวคือผู้เขียนได้เคยนำยางรองคอสะพานที่ผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 25 ปี มาวัดความแข็งจากผิวด้านนอกจนถึงด้านใน และพบว่ายางจะมีความแข็งเพิ่มขึ้นเฉพาะที่บริเวณผิวซึ่งมีความลึกน้อยกว่า 5 มิลลิเมตรเท่านั้น ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของสมบัติดังกล่าวจึงส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของยางรองคอสะพานน้อยมาก สำหรับยางรองคอสะพานมาตรฐานที่มีขนาด 40 x20x6 ซม. จะมีปริมาตรยางที่ถูกโจมตีจากสิ่งแวดล้อมไม่เกิน 360 ซม. 3 หรือคิดเป็น 7.5 % ของปริมาณยางทั้งหมด สำหรับในกรณีที่ทำการหุ้มผิวด้านนอกของยางรองคอสะพานด้วยยางที่มีความหนาประมาณ 4 มม. การโจมตีของสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อยางในบริเวณที่ทำหน้าที่ (ยางที่อยู่ระหว่างแผ่นเหล็ก) น้อยมาก โดยทั่วไปจะต่ำกว่า 2 % ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสมบัติดังกล่าวแทบจะวัดไม่ได้และอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้

       ดังนั้นผู้เขียนจึงเห็นว่า ตามทฤษฎีแล้วยางรองคอสะพานที่ผ่านการใช้งานมาแล้วนั้นสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทั้งนี้ยางรองคอสะพานดังกล่าวจะต้องยังคงอยู่ในสภาพที่ไม่มีความเสียหาย และที่สำคัญคือต้องไม่เกิดการแยกชั้นระหว่างยางและแผ่นเหล็ก

ที่มา : Natuurrubber27 – 3 rd quarter 2002   (Newsletter of the Rubber Foundation information Center for Natural Rubber- RUBBER-STICHTING 1936)