ทำไมจึงมีการประยุกต์ใช้ยางธรรมชาติในงานต่างๆ มากมาย?

ตอบ : การตอบคำถามนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะนำเสนอข้อได้เปรียบของยางธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง จริงๆ แล้วยางธรรมชาติก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท แต่ทำไมจึงต้องมียางสังเคราะห์หลายๆ ชนิดเข้ามาใช้งานทดแทน

       ยางธรรมชาติส่วนใหญ่จะใช้ในยางล้อ (ประมาณ 70 % ของยางธรรมชาติที่ผลิตทั้งหมด) ทั้งนี้เพราะว่ายางธรรมชาติมีสมบัติเด่นในเรื่องของความยืดหยุ่น มีสมบัติเชิงกลสูง และมีความร้อนสะสมต่ำในระหว่างการใช้งาน นอกจากนี้ยางธรรมชาติยังมีสมบัติความเหนียวติด (tack properties) ที่ดี จึงทำให้กระบวนการประกอบยางล้อเป็นไปได้โดยง่าย อีกทั้งยางธรรมชาติยังมีราคาค่อนข้างต่ำ ดังนั้นยางธรรมชาติจึงยังคงเป็นตัวเลือกสำคัญในการผลิตยางล้อ โดยเฉพาะยางล้อรถบรรทุก ยางล้อเครื่องบิน และยางล้อรถยก เป็นต้น

       นอกจากยางล้อแล้ว ยางธรรมชาติจำนวนมากยังถูกนำไปใช้ในการผลิตยางกันกระแทกท่าเรือ (docking fender) และยางรองคอสะพาน (bridge bearing) สาเหตุที่นำยางธรรมชาติไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็เนื่องจากยางธรรมชาตินอกจากจะมีราคาถูกแล้ว ยังมีสมบัติเชิงกลสูงและมีความคืบต่ำภายใต้แรงกระทำอีกด้วย ในทำนองเดียวกัน ยางธรรมชาติยังถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยางที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน (anti-vibration dampers) ต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องการสมบัติเชิงกลที่ดีและมีความร้อนสะสมต่ำในระหว่างการใช้งาน

       ผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น ถุงมือและถุงยางอนามัย ก็ล้วนแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติโดยวิธีการจุ่ม ยางธรรมชาติเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้แม้ว่าจะมีผนังบาง แต่ก็ต้องการสมบัติเชิงกลที่ดี คือ ต้องมีความแข็งแรงสูง มีความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยม และต้องป้องกันการทะลุผ่านของสเปิร์มและไวรัสได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยางธรรมชาติยังเป็นยางที่หาได้ง่ายและมีราคาไม่แพงอีกด้วย

       ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ผลิตจากยางธรรมชาติ ได้แก่ ยางยืด (elastic band) และเส้นด้ายยางยืด (thread) ที่นำไปถักและใช้เป็นขอบเสื้อผ้า (โดยเฉพาะขอบกางเกง) ทั้งนี้เพราะยางธรรมชาติมีความยืดหยุ่นสูง มีความคืบต่ำ และราคาไม่แพง

       แม้ว่าโดยส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบว่ายางธรรมชาติสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานเป็นกาวได้ แต่เทปที่ใช้งานในทางการแพทย์หลายๆ ชนิด ล้วนมียางธรรมชาติเป็นชั้นกาวแทบทั้งสิ้น (ประกอบด้วยยางธรรมชาติที่ยังไม่ได้วัลคาไนซ์) ทั้งนี้เนื่องจากยางธรรมชาติมีสมบัติการเหนียวติดที่ดี (good tack) อีกทั้งยังสามารถลอกเทปออกโดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บอีกด้วย นอกจากนี้กาวต่างๆ ที่ใช้ทางเทคนิคก็จะมียางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบ เพราะกาวเหล่านี้ต้องการสมบัติการยึดติดที่ดีและต้องรักษาความเหนียวไว้ได้เป็นระยะเวลานานอีกด้วย

       ความจริงที่ว่ายางธรรมชาติเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable material) ปัจจุบันยางธรรมชาติจึงเป็นวัตถุดิบที่มีความสำคัญสำหรับการใช้งานหลากหลายประเภท นอกจากการนำไปประยุกต์ใช้งานตามที่ระบุไว้ที่นี่แล้ว ยังมีการนำยางธรรมชาติไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ อีกมากซึ่งอาจนำไปใช้งานในรูปของยางธรรมชาติล้วนๆ หรือในรูปของพอลิเมอร์ผสม ซึ่งในกรณีหลังนี้การนำยางธรรมชาติไปผสมกับยางสังเคราะห์ก็เพื่อปรับปรุงสมบัติเชิงกลของคอมพาวด์ ในขณะที่ยางสังเคราะห์ก็จะช่วยในเรื่องของความต้านทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อม

Source : Natuurrubber31 – 3 rd quarter 2003 (Newsletter of the Rubber Foundation information Center for Natural Rubber- RUBBER-STICHTING 1936)